วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

วิจัยปฐมวัย

1. ชื่องานวิจัย การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กิจกรรมการปั้นสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านสระแก้ว




2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

พัฒนาการของมนุษย์เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวมนุษย์ เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิต่อเนื่องไปจนตลอดชีวิต โดยที่พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา จะมีความสัมพันธ์และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับขั้นตอนไปพร้อมกันทุกด้าน ในช่วงชีวิตปฐมวัยเด็กแต่ละคนจะเติบโตและมีลักษณะพัฒนาการแตกต่างกันไปตามวัยและวุฒิภาวะ เมื่อกล่าวถึงพัฒนาการเด็กปฐมวัยจะบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวเด็กอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัย เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงอายุต่ำกว่า ๖ ปี ทฤษฎีพัฒนาการด้านร่างกายที่อธิบายการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กว่ามีลักษณะต่อเนื่องเป็นลำดับขั้น เด็กจะพัฒนาถึงขั้นใดจะต้องเกิดวุฒิภาวะของความสามารถขั้นนั้นก่อน หรือทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญาที่อธิบายว่าเด็กเกิดมาพร้อมความสามารถในการเรียนรู้ ซึ่งจะพัฒนาขึ้นตามอายุประสบการณ์ ค่านิยมทางสังคม และสิ่งแวดล้อม หรือทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพที่อธิบายว่า เด็กจะพัฒนาได้ดีถ้าในแต่ละช่วงอายุเด็กได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ตนพอใจ ได้รับความรัก ความอบอุ่นอย่างเพียงพอจากผู้ใกล้ชิด มีโอกาสช่วยตนเอง ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและมีอิสระที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่ตนอยากรู้รอบๆตนเอง

การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยโรงเรียนบ้านสระแก้วมุ่งเน้นให้เด็กได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจอารมณ์ สังคมและสติปัญญา แต่ในขณะเดียวกันนักเรียนระดับปฐมวัยทุกคนต้องได้รับการพัฒนาด้านสติปัญญา เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ อีกมาก ในการประเมินมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ 4 เด็กสามารถคิดรวบยอด คิดแก้ปัญหา และคิดริเริมสร้างสรรค์ ในการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ(องค์กรมหาชน)สมศ.รอบ 2ของโรงเรียนบ้านสระแก้ว ได้รับการประเมินในระดับพอใช้ ในด้านทักษะการคิดสร้างสรรค์คิดรวบยอด เกี่ยวกับสิ่งที่เกิด รู้แล้ว และสถานการณ์จำลองการเน้นการตั้งคำถาม สามารถบอกเหตุผลตามความคิดของตนประกอบได้ ซึ่งจากผลการประเมินยังไม่ผ่านเกณฑ์ ดังนั้นการปั้นเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ คิดรวบยอด และยังสามารถสร้างสถานการณ์จำลองได้อีกด้วยและการปั้นยังเป็นกิจกรรมการเล่นอย่างหนึ่งของเด็ก วัสดุที่ใช้หาได้ง่าย เช่น ดินเหนียว ดินน้ำมัน แป้งโด หรือแม้แต่กระดาษเปื่อย

การเล่นถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญในชีวิตของ เด็กทุกคน เด็กจะรู้สึกมีความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้สังเกต สำรวจสิ่งต่างๆรอบตัวมีโอกาสทำการทดลอง สร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบความเป็นจริงของโลกภายนอกด้วยตนเอง การเล่นจะมีอิทธิพลและมีผลดีต่อการเจริญเติบโต ช่วยพัฒนาร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ขณะเล่นเด็กมีโอกาสเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัสและการรับรู้ ผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียด แสดงออกถึงความเป็นตนเองและเรียนรู้ความรู้สึกของผู้อื่น การเล่นจึงเป็นเสมือนสื่อกลางให้เด็กสร้างประสบการณ์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว เรียนรู้ความเป็นอยู่ของผู้อื่น สร้างความสัมพันธ์อยู่ร่วมกับผู้อื่นและกับธรรมชาติรอบตัว (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ )

กิจวัตรประจำวันของเราทุกคนจำเป็นต้องต้องใช้ทักษะกล้ามเนื้อใหญ่ – เล็ก และการที่จะใช้กล้ามเนื้อใหญ่ – เล็ก ได้ดีนั้นต้องผ่านการฝึกฝนหรือเตรียมความพร้อมด้วยเหตุผลดังกล่าว เด็กจึงควรได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกายให้เหมาะสม การใช้ทักษะการปั้น เป็นกิจกรรมกระบวนการที่ช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของเด็ก และ ยังสามารถพัฒนาทักษะด้านจิตใจ – อารมณ์ สังคม และ สติปัญญาได้อีกด้วยดังนั้นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการปั้น จึงเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็กตั้งแต่เริ่มต้นคือการพัฒนาด้านร่างกายเพื่อเป็นพื้นฐานก่อนและเริ่มพัฒนาในด้านจิตใจ – อารมณ์ สังคม และสติปัญญาต่อไป

3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านสระแก้วโดยใช้กิจกรรมการปั้น

2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน

4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. นักเรียนระดับปฐมวัยได้รับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์โดยให้เด็กได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กิจกรรมการปั้น

2. เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนปฐมวัยในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยโดยการใช้กิจกรรมการปั้น

5. แนวคิด/หลักการที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหา/พัฒนา

1) ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กในการคิดได้หลายทิศทาง มีความคิดที่แปลกใหม่

2) ประเภทของความคิดสร้างสรรค์

สรุปประเภทของความคิดสร้างสรรค์ไว้ 4 ประเภทดังนี้

1. ความคิดสร้างสรรค์ประเภทความเปลี่ยนแปลง (Innovation) คือ แนวคิดที่เป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เช่น ทฤษฎีใหม่ การประดิษฐ์ใหม่เป็นต้น เป็นการคิดโดยภาพรวมมากกว่าแยกเป็นส่วนย่อย บางครั้งเรียกว่า “นวัตกรรม” ที่เป็นการนำเอาสิ่งประดิษฐ์ใหม่มาใช้ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เช่น การใช้สมองกล เป็นต้น

2. ความคิดสร้างสรรค์ประเภทการสังเคราะห์ (Synthesis) คือ การผสมผสานแนวคิดจากแหล่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แล้วก่อให้เกิดแนวคิดใหม่อันมีคุณค่า เช่น การนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปัญหาการบริหาร เช่น การใช้หลักการคำนวณของลูกคิด และหลักทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานเป็นคอมพิวเตอร์ซึ่งกลายเป็นศาสตร์อีกสาขาหนึ่ง

3. ความคิดสร้างสรรค์ประเภทต่อเนื่อง (Extension) เป็นการผสมผสานกันระหว่างความคิดสร้างสรรค์ประเภทเปลี่ยนแปลงกับความคิดสร้างสรรค์ประเภทสังเคราะห์คือ เป็นโครงสร้างหรือกรอบที่ได้กำหนดไว้กว้าง ๆ แต่ความคิดต่อเนื่องเป็นรายละเอียดที่จำเป็นในการปฏิบัติงานนั้น เช่น งานอุตสาหกรรมงานสร้างรถยนต์ ซึ่งในแต่ละปีจะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจากต้นแบบเดิม

4. ความคิดสร้างสรรค์ประเภทการลอกเลียน (Duplication) เป็นลักษณะการจำลองหรือลอกเลียนแบบจากความสำเร็จอื่น ๆ โดยอาจจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้แปลกไปจากเดิมเพียงเล็กน้อยแต่ส่วนใหญ่แบบเดิมอยู่ (อุษณีย์ โพธิสุข. 2537: 86)



3) การปั้น

การปั้นหมายถึงการนำเอาวัสดุที่มีเนื้ออ่อน เช่น ขี้ผึ้ง ดินเหนียว ดินน้ำมัน ที่สามารถเปลี่ยนรูปได้ มาผ่านกระบวนการในการเพิ่มวัสดุให้เกิดเป็นรูปทรงตามต้องการ โดยใช้มือและวัสดุอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ ช่วยในการสร้างงานปั้น นอกจากนี้ งานปั้นยังเป็นงานศิลปะที่สามารถสัมผัสกับส่วนตื้น ลึก หนา บางได้ตามความเป็นจริง



4) แผนการจัดประสบการณ์

แผนการจัดประสบการณ์ หมายถึง การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีรูปแบบและวิธีการที่หลากหลายเหมาะกับอายุ ระดับพัฒนาการ และลักษณะการเรียนรู้ของเด็กโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 มีโอกาสลงมือกระทำ เคลื่อนไหว สำรวจ สังเกต เล่น สืบค้น คิดแก้ปัญหาด้วยตนเองได้

5) นักเรียน หมายถึงนักเรียนชาย-หญิง ที่กำลังศึกษาในระดับชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านสระแก้ว ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552

6) ความพึงพอใจ

ความพึงพอใจ หมายถึง พอใจ ชอบใจ พฤติกรรมเกี่ยวกับความพึงพอใจชองมนุษย์

ความพึงพอใจเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนเกิดความสบายใจ เนื่องจากสามารถตองสนองความต้องการของเขา ทำให้เขาเกิดความสุข







6. วิธีดำเนินการวิจัย

1. วิธีการ/ กิจกรรม/นวัตกรรม

การพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยโดยการใช้กิจกรรมการปั้น

2. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านสระแก้ว ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 17 คน

3. เครื่องมือและการรวบรวมข้อมูล

3.1 แผนการจัดประสบการณ์

3.2 แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์โดยใช้รูปภาพแบบ ก ของทอรแรนซ์ (Torrance test of creative Figural Form A ) ซึ่งเป็นแบบทดสอบมาตรฐานของ Torrance ดร.อารี รังสินันท์ นำมาแปลเป็นภาษาไทยสำหรับใช้ทดสอบความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทยในระดับปฐมวัยถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

3.4. แบบวัดความพึงพอใจ

4. การวิเคราะห์ข้อมูลและการนำเสนอข้อมูล

- ค่าร้อยละ

- ค่าเฉลี่ย

ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552

ผู้รับผิดชอบโครงการ

นางจงกล สายสินธุ์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น